Home     |     ABOUT US      |     MAP     |     Contact Us
       

บริการรับทำบัญชี

บริการตรวจสอบบัญชี บริการจดทะเบียนบริษัท บริการด้านอรรถคดี
บริการบัญชีออนไลน์
  แจ้ง เพิ่ม ลด งานทำบัญชี
  แจ้ง เพิ่ม ลด งานสอบบัญชี
  ข้อมูลผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล
  ข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
  ค้นหาเลขทะเบียน เก่า-ใหม่
  ค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล
  ตรวจค้นข้อมูลทะเบียนธุรกิจ
  ตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
  หลักเกณฑ์ในการยื่นงบการเงิน **
บริการสรรพากรออนไลน์
  ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต
  ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  บริการจดทะเบียนออนไลน์
  ติดต่อกรมสรรพากร
  ดาวน์โหลดแบบแสดงรายการ
  ประมวลรัษฎากร
สิทธิประโยชน์ประกันสังคม
  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  กรณีคลอดบุตร
  กรณีทุพพลภาพ
  กรณีเสียชีวิต
  กรณีสงเคราะห์บุตร
  กรณีชราภาพ
  กรณีว่างงาน
สิทธิประโยชน์กองทุนทดแทน กรณี
  ประสบอันตรายหรือเป็นโรคจากการทำงาน
  ทุพพลภาพเนื่องจากการทำงาน
  ตายหรือสูญหายจากการทำงาน
  วิธีการส่งตัวลูกจ้างเข้ารักษาพยาบาล
  หน้าที่และวิธีปฏิบัติของนายจ้าง ลูกจ้าง
  หลักฐานที่ต้องใช้ยื่นเรื่อง
หน่วยงานราชการ
  กรมสรรพากร
  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  สำนักงานประกันสังคม
  กรมศุลกากร
ประมวลรัษฎากร
  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  ภาษีเงินได้นิติบุคคล
  ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  สิทธิและหน้าที่ของผู้เสียภาษี
  การอุทธรณ์ภาษีอากร
  เลขประจำตัวผุ้เสียภาษี
  ความรู้เกี่ยวกับ SMEs
 
เกร็ดความรู้
 
คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี

เมื่อพระราชบัญญัติการบัญชีได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ทำให้มีผู้รับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของกิจการคือ

      1.ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ได้แก่ เจ้าของ, กรรมการผู้จัดการ, หุ้นส่วนผู้จัดการฯ

      2.ผู้ทำบัญชี

      หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีคือ จะต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีที่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่อธิบดีกำหนด  ซึ่งในพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการเป็น"ผู้ทำบัญชี" ตามกฏหมาย โดยกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีไว้ตามประกาศของกรมทะเบียนการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ.2543 ซึ่งประกาศ ณ. วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2543 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นไป จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวสรุปได้ดังนี้

ผู้ทำบัญชีหมายถึง

 1. ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี สมุห์บัญชี หัวหน้าแผนกบัญชี หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว กรณีที่เป็นพนักงานของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

 2. หัวหน้าสำนักงาน กรณีที่เป็นสำนักงานบริการรับทำบัญชีที่มิได้จัดตั้งในรูปคณะบุคคล

 3. ผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งรับผิดชอบในการให้บริการรับทำบัญชี กรณีที่เป็นสำนักงานบริการรับทำบัญชีที่จัดตั้งในรูปคณะบุคคล

 4. กรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งรับผิดชอบในการให้บริการรับทำบัญชี กรณีที่เป็นสำนักงานบริการรับทำบัญชีที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล

 5. บุคคลธรรมดา กรณีที่เป็นผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ

 6. ผู้ช่วยผู้ทำบัญชีตามที่กำหนดในข้อ 7(3) ซึ่งก็คือ "ผู้ทำบัญชีที่รับทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีปีละเกินกว่า 100 รายต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีซึ่งมีคุณวุฒิเช่นเดียวกับผู้ทำบัญชีอย่างน้อย 1 คนในทุกๆ 100 รายที่เกิน 100 รายแรก เศษของ 100 ถ้าเกินกว่า 50 ให้นับเป็น 100 การนับจำนวนของผุ้มีหน้าที่จัดทำบัญชีไม่ให้รวมถึงผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีที่ไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว หรือที่ยังไม่ได้เริ่มทำการค้าขายหรือประกอบการงาน

 7. บุคคลอื่นนอกจากที่ระบุตาม 1, 2, 3, 4, 5, และ 6. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี

      ตามประกาศของกรมทะเบียนการค้า เรื่องกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2543 ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2543 นั้น ได้กำหนดให้ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 1. มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

 2. มีความรู้ภาษาไทยเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ทำบัญชีได้

 3. ไม่เคยต้องโทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เนื่องจากได้กระทความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี หรือกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี หรือกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี เว้นแต่พ้นเวลาที่ถูกลงโทษมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี

 4. มีคุณวุฒิดังต่อไปนี้

     ก. ผู้ทำบัญชีของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน และบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่ง ณ วันที่ปิดบัญชีในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามี

         1. ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท

         2. สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

         3. รายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

             ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาซึ่งทบวงมหาวิทยาลัยหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( ก.พ.) หรือกระทรวงศึกษาธิการเทียบว่าไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ( ปวส.) ทางการบัญชี

    ข. ผู้ทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีดังต่อไปนี้ ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีจากงานบัญชีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาซึ่งทบวงมหาวิทยาลัยหรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( ก.พ.) หรือกระทรวงศึกษาธิการเทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี

        1.) ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่ง ณ วันปิดบัญชีในรอบปีบัญชีที่ผ่านมามีทุนจดทะเบียน หรือสินทรัพย์รวมหรือรายได้รวมรายการใดรายการหนึ่งเกินกว่าที่กำหนดไว้ใน ก.

        2.) บริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

        3.) นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย

        4.) กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร

        5.) ผู้ประกอบธุรกิจธนาคาร เงินทุน หลักทรัพย์ เครดิตฟองซิเอร์ ประกันชีวิต ประกันวินาศภัย

        6.) ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

   ค. ในกรณีที่เป็นการเริ่มทำบัญชีรอบบัญชีปีแรกของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คุณวุฒิของผู้ทำบัญชีให้พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ทุนจดทะเบียนตามที่กำหนดไว้ใน ก. และ ข. แล้วแต่กรณี

        ข้อสังเกต กฎหมายไม่ได้กำหนดประสบการณ์การทำงานของ "ผู้ทำบัญชี"

ผู้ทำบัญชีของบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียน

        ในกรณีที่เป้นผู้ทำบัญชีของบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียน ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี คุณวุฒิของผู้ทำบัญชีดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติของผู้ทำบัญชีข้างต้นใน 4.ก. หรือ ข.

top back
 
 
Copyright © 2009 All Rights Reserved. Powerd by A Time Design
 
AccountHome.com บริการทางด้านบัญชีและอรรถคดีแบบครบวงจร 44, 46, 48, 50 (เดิม 212/313-6) ซอยพัฒนาการ 64 ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
Tel : 02-722-0429-31 Fax : 02-722-1166 (ฝ่ายบัญชี) 02-722-1169 (ฝ่ายกฎหมาย)  Mobile : 081-843-7880 , 089-770-3917 E-mail : thanormsak@yahoo.com