Home     |     ABOUT US      |     MAP     |     Contact Us
       

บริการรับทำบัญชี

บริการตรวจสอบบัญชี บริการจดทะเบียนบริษัท บริการด้านอรรถคดี
บริการบัญชีออนไลน์
  แจ้ง เพิ่ม ลด งานทำบัญชี
  แจ้ง เพิ่ม ลด งานสอบบัญชี
  ข้อมูลผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล
  ข้อมูลผู้สอบบัญชีของนิติบุคคล
  ค้นหาเลขทะเบียน เก่า-ใหม่
  ค้นหาและจองชื่อนิติบุคคล
  ตรวจค้นข้อมูลทะเบียนธุรกิจ
  ตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
  หลักเกณฑ์ในการยื่นงบการเงิน **
บริการสรรพากรออนไลน์
  ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต
  ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  บริการจดทะเบียนออนไลน์
  ติดต่อกรมสรรพากร
  ดาวน์โหลดแบบแสดงรายการ
  ประมวลรัษฎากร
สิทธิประโยชน์ประกันสังคม
  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  กรณีคลอดบุตร
  กรณีทุพพลภาพ
  กรณีเสียชีวิต
  กรณีสงเคราะห์บุตร
  กรณีชราภาพ
  กรณีว่างงาน
สิทธิประโยชน์กองทุนทดแทน กรณี
  ประสบอันตรายหรือเป็นโรคจากการทำงาน
  ทุพพลภาพเนื่องจากการทำงาน
  ตายหรือสูญหายจากการทำงาน
  วิธีการส่งตัวลูกจ้างเข้ารักษาพยาบาล
  หน้าที่และวิธีปฏิบัติของนายจ้าง ลูกจ้าง
  หลักฐานที่ต้องใช้ยื่นเรื่อง
หน่วยงานราชการ
  กรมสรรพากร
  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  สำนักงานประกันสังคม
  กรมศุลกากร
ประมวลรัษฎากร
  ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  ภาษีเงินได้นิติบุคคล
  ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  ภาษีธุรกิจเฉพาะ
  สิทธิและหน้าที่ของผู้เสียภาษี
  การอุทธรณ์ภาษีอากร
  เลขประจำตัวผุ้เสียภาษี
  ความรู้เกี่ยวกับ SMEs
 
ข้อดีข้อเสียของกิจการแต่ละประเภท
 
กิจการเจ้าของคนเดียว
เป็นรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมซึ่งพบเห็นโดยทั่วไปมากที่สุด เช่น ร้านขายของชำ ร้านเสริมสวย ร้านขายอาหาร เป็นต้น เมื่อเป็นกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว  ดังนั้นเจ้าของกิจการและธุรกิจก็ถือเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งในแง่ภาษีและความรับผิดชอบทางกฎหมาย เจ้าของจะต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา *มีข้อสังเกตว่า บุคคลธรรมดาจะยื่นแบบแสดงรายรับและค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์เงินสด* ข้อดี 1. เจ้าของมีอำนาจในการตัดสินใจเต็มที่ 2. ผลกำไรจากการทำธุรกิจ เจ้าของได้รับโดยตรงซึ่งอาจจะนำไปลงทุนเพิ่มได้เองตามความต้องการ 3. ตัดสินใจเลิกกิจการได้ง่าย หากเห็นว่ากิจการมีแนวโน้มที่จะขาดทุน ข้อเสีย 1. ปริมาณเงินลงทุนมีจำกัดจากเงินลงทุนส่วนตัวของเจ้าของหรือการหยิบยืมจากคนรู้จัก 2. ความรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการ เจ้าหนี้สามารถตามยึดทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของกิจการได้ แม้มิใช่ทรัพย์สินที่ลงทุนในกิจการ 3. เจ้าของกิจการไม่สามารถหาพนักงานที่มีความสามารถสูงมาร่วมงานได้ เนื่องจากข้อจำกัดการแบ่งปันผลตอบแทน 4. กิจการมีอายุจำกัด โดยจะคงอยู่เมื่อเจ้าของยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเจ้าของเสียชีวิตทรัพย์สินของกิจการก็จะถูกรวมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของกิจการและส่งมอบให้แก่ทายาทผู้สืบทอดมรดก ซึ่งทายาทอาจไม่ดำเนินกิจการต่อ 5.ไม่สามารถระดมทุนจากภายนอกได้เต็มที่ นอกจากการใช้เครดิตส่วนตัวของเจ้าของเท่านั้น
ห้างหุ้นส่วน
กิจการห้างหุ้นส่วนในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจการทั้ง 2 ประเภทมีความแตกต่างกันในส่วนของอำนาจและความรับผิดชอบของหุ้นส่วนกล่าวคือ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล -หุ้นส่วนแต่ละคนจะมีอำนาจในการบริหารและความรับผิดชอบต่อหนี้สินร่วมกัน ซึ่งการดำเนินธุรกิจมีความเสี่ยงร่วมกันเหมือนเป็นบุคคลคนเดียวกัน ห้างหุ้นส่วนจำกัด -หุ้นส่วนจะมี 2 ประเภทคือ   -หุ้นส่วนผู้จัดการ มีอำนาจในการบริหารและรับผิดชอบต่อหนี้สินอย่างไม่จำกัด   -หุ้นส่วนจำกัด     ไม่มีอำนาจในการบริหารและรับผิดชอบต่อหนี้สินเพียงเท่าที่ลงทุน การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนทั้งสองประเภท จะต้องมีการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนตามชนิดของกิจการ ข้อดี 1. มีแหล่งเงินทุนมากกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว 2. สามารถใช้ความสามารถในการบริหารโดยระดมสมองร่วมกันตัดสินใจบริหารงาน ข้อเสีย 1. กำไรถูกแบ่งปันเฉพาะหุ้นส่วน 2. การตัดสินใจอาจล่าช้า เพราะความคิดเห็นขัดแย้งกันในบางกรณี 3. อาจมีอายุจำกัด ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของห้างหุ้นส่วนแต่ละแห่ง ถ้ามิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ความเป็นห้างจะสิ้นสุดลงเมื่อหุ้นส่วนถอนตัว หรือมีหุ้นส่วนคนใดเสียชีวิตลง   
บริษัทจำกัด
การจัดตั้งบริษัทจำกัดจะต้องมีผู้เริ่มก่อการ 7 คนร่วมจัดตั้งบริษัทโดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัดเป็นกิจการที่มีการดำเนินการแพร่หลายในประเทศไทย ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทเฉพาะเท่าที่ลงทุนในกิจการ เจ้าหนี้ไม่สามารถตามไปยึดทรัพย์ของผู้ถือหุ้นได้ นอกจากนี้กิจการจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจในการบริหารงาน ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจไม่สามารถเข้ามาบริหารกิจการได้ แต่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมผู้ถื่อหุ้นและสอบถามความก้าวหน้าของกิจการได้ รวมทั้งมีสิทธิเสนอเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจได้ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่โดยดูจากสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการ   ข้อดี 1. ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทเพียงเท่ากับเงินลงทุนที่สัญญาจะลงทุนตามมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ  เจ้าหนี้ไม่สามารถไปยึดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นได้ 2. กิจการสามารถหาพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาทำงานได้เพราะสามารถเสนอผลตอบแทนที่จูงใจและการให้สวัสดิการต่างๆ 3. เป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และสามารถระดมความคิดในการบริหารและวางแผนทางธุรกิจได้ ข้อเสีย 1. กิจการไม่สามารถระดมทุนจากภายนอกผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่ต้องการเงินทุนจำนวนมากในการลงทุน 2. การบริหารงานอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอาจไม่สามารถออกเสียงในการบริหารงานได้ตามต้องการ 3. การเลิกกิจการทำได้ยาก ต้องมีการชำระบัญชีและจัดการให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย
บริษัทมหาชน
บริษัทมหาชนเป็นกิจการที่ต้องมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการระดมทุนจากภายนอกทั้งจากการขายหุ้นหรือการออกหุ้นกู้หรือเอกสารตราสารต่างๆ ทั้งนี้ในประเทศพัฒนาแล้วมักมีกิจการลักษณะนี้มาก และสร้างรายได้ในธุรกิจข้ามชาติอย่างมหาศาล เพราะสามารถระดมทุนได้จำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ข้อดี 1. สามารถระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ในรูปแบบการกระจายหุ้นหรือตราสารต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด สามารถหาเงินทุนจำนวนมากในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 2. สามารถจัดหาผู้บริหารและพนักงานที่มีความสามารถสูงมีประสบการณ์ในการบริหารมาร่วมงานได้ เพระสามารถจัดสรรผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสม 3. เป็นลักษณะที่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศนิยมเข้ามาลงทุนผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ 4. สามารถเปลี่ยนหุ้นเป็นเงินสดในกรณีที่ผู้ถือหุ้นบางคนต้องการถอนตัวได้ง่าย ข้อเสีย 1. กิจการต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายและตลาดหลักทรัพย์ในการจัดทำรายงานต่างๆเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชน 2. ผู้บริหารของบริษัทมีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน หากมีการฉ้อโกงหรือทำการอันเป็นผลเสียต่อกิจการในลักษณะทุจริต อาจมีความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ที่กำหนด เพราะความเสียหายของกิจการมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอก 3. การเลิกกิจการทำได้ยากและมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกจึงมีระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  
รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจใดที่เหมาะกับคุณ
การที่จะเลือกรูปแบบกิจการใดที่เหมาะกับการดำเนินธุรกิจของคุณ จะต้องประกอบไปด้วยเงื่อนไขหลายประการซึ่งพอประมวลได้ดังนี้ -  การลงทุนนั้นเรามีความต้องการจะทำเพียงคนเดียวหรืออยากมีคนอื่นมาร่วมด้วย -  จำนวนเงินลงทุนที่ต้องใช้มีมากน้อยเพียงใด - ความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจในธุรกิจของคุณมีโอกาสการขยายตัวได้มากเพียงใด -  ธุรกิจที่กำลังดำเนินการเป็นธุรกิจที่อยู่ในความต้องการของสาธารณชนส่วนใหญ่ เช่น รถยนต์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเฉพาะกลุ่มชนในขอบเขตระดับหนึ่ง เช่น สำนักงานบริการที่ปรึกษา หรือสำนักงานบัญชี เป็นต้น - ความพร้อมในการดำเนินธุรกิจของคุณ - ผลทางภาษีขอแต่ละรูปแบบธุรกิจที่มีอัตราและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน - ปัจจัยความเสียงที่คุณจะรับได้หากเกิดความผิดพลาดจากการดำเนินธุรกิจ เงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงข้อแนะนำในการพิจารณาเท่านั้น อาจมีเงื่อนไขอื่นๆปลีกย่อยไปตามความต้องการของแต่ละคน
บทสรุป
 ข้อดีข้อเสียของรูปแบบจากจัดตั้งกิจการแต่ละประเภทนั้น บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณว่าจะจัดตั้งในรูปแบบไหนเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจที่คุณกำลังจะทำ รวมถึงการพิจารณาปัจจัยด้านเงินทุน หุ้นส่วน ผลตอบแทน การเสียภาษีที่แตกต่างกันในแต่ละลักษณะการจัดตั้ง และโอกาสทางธุรกิจว่ามีความสามารถในการขยายตัวทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งความเสี่ยงที่คุณจะรับได้หากเกิดข้อผิดพลาดหรือหนี้สินจากการดำเนินกิจการ  ทั้งหลายเหล่านี้เราไม่อาจเจาะจงไปได้ว่าคุณเหมาะกับการจัดตั้งในรูปแบบใด  ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณและหุ้นส่วนในการจัดตั้งกิจการนั้นขึ้นมา แต่การจัดตั้งกิจการขึ้นมาภายหน้าคุณอาจเปลี่ยนแปลงการจัดตั้งได้ แต่อาจมีความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลงบ้างแต่ก็สามารถทำได้หากมีการจัดการที่ดี คำแนะนำที่ดีที่สุดคือเลือกในสิ่งที่เหมาะกับกำลังของคุณและเผื่อโอกาสขยายตัวในอนาคต อาจจะเริ่มจากกิจการขนาดเล็กก่อน เมื่อธุรกิจดำเนินไปด้วยดีจึงปรับเปลี่ยนการจัดตั้งให้เหมาะสมกับการขยายตัวต่อไปในอนาคต   
 
 
Copyright © 2009 All Rights Reserved. Powerd by A Time Design
 
AccountHome.com บริการทางด้านบัญชีและอรรถคดีแบบครบวงจร 44, 46, 48, 50 (เดิม 212/313-6) ซอยพัฒนาการ 64 ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
Tel : 02-722-0429-31 Fax : 02-722-1166 (ฝ่ายบัญชี) 02-722-1169 (ฝ่ายกฎหมาย)  Mobile : 081-843-7880 , 089-770-3917 E-mail : thanormsak@yahoo.com